ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 7 ละ เหลืออีก 18 สัปดาห์สำหรับเรียนภาษา
หรือไม่ก็เหลือ 11 สัปดาห์สำหรับสอบ IELTS
สู้ตาย
เอาหล่ะ เข้าประเด็นดีกว่า
รู้ๆกันอยู่ว่าโรงเรียนสอนภาษาที่นี่มีนักเรียนมาจากหลายประเทศมาเรียนร่วมกัน
ภาษาที่พูดกันรู้เรื่องก็มีแค่ภาษาเดียว
ภาษาอังกฤษ
แต่โดยส่วนตัวแล้วถือเป็นโอกาสอันดีที่นอกจากจะได้ฝึกภาษาอังกฤษแล้วยังแถม
ได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นไปด้วย ขอบคุณเพื่อนๆหลายคนที่เมืองไทยที่เป็นแรงบันดาลใจ
ให้หาความรู้ภาษาต่างประเทศภาษาที่ 2 ติดตัวไว้
อ๊ะ หลงประเด็นละ กลับไปโรงเรียนสอนภาษากันเถอะ
สำเนียงการพูดภาษาอังกฤษจะมีพื้นฐานมาจากภาษาพื้นเมืองของแต่ละคน
ทำให้เวลาพูดภาษาอังกฤษประโยคเดียวกัน แต่ละชาติก็มีวิธีการพูดที่
แตกต่างกันออกไปซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้ฟังไปตามๆกัน อย่างเช่น
1. เพื่อนร่วมชั้นคนนึงมาจากเกาหลี มันพูดว่า "how par pom yu hose to here ?"
เพราะว่ามันพูดเสียง F ไม่ได้ จากประโยค "how far from your house to here ?"
ข้อดีของมันคือมันด่า _uck _ou ไม่ได้ เยี่ยมจริงๆ
2.สาวเกาหลีอีกคนนึงอาการไม่แพ้กัน รายนี่พูดเสียง D th F V แล้วก็ตัวสะกด ke
fe ไม่ชัดเลย ลองจินตนาการประโยค "i like to use knife to cut dry fruit" สิว่า
เค้าจะพูดว่าไง (อยากรู้ซิบมาใน irc ละกัน"
3. สาวจีนมั่งก็แล้วกัน เดี๋ยวเค้าจะหาว่าลืม รายนี้น่ารัก ตอนพูดจีนจะจีนสุดขีด
แต่อย่าให้หล่อนพูดอังกฤษล่ะ สำเนียงแม่งเหมือนฝรั่งเด๊ะเลย ไม่รู้ทำได้ไง
4.ตะวันออกกลางมั่งละกัน หนุ่มสามสิบนิดๆ ลูกห้าจากซาอุฯ รายนี้พูด can
กับ can't เหมือนกันเด๊ะ หลังๆดีหน่อย มันเปลี่ยนเป็น can not คุยกันรู้เรื่อง
ขึ้นเยอะ
5.สาวยุ่นมั่งก็แล้วกัน รายนี้สวย น่ารัก บางเฉียบ ทำกระแดะเข้าไปถามชื่อเค้า
เป็นภาษาญี่ปุ่น เค้าก็ตอบมา ก็แบบกล้อมๆแกล้มๆ ไปคุยกับเค้าว่าเรียนมา
"นิโหน่ย" เค้าก็ได้ทีใส่เป็นชุดเลย.... เกือบไม่รอด แต่พอลองคุยเป็นภาษา
อังกฤษกลับคุยรู้เรื่องน้อยกว่าภาษาญี่ปุ่นแฮะ ไม่รู้เพราะอะไร
มีอีกหลายคนแหล่ะที่คิดอยู่ แต่ยังนึกไม่ออก เอาไว้รวมได้ซัก 5-6 คนค่อยเขียน
อีกทีละกัน ตอนนี้ต้องกลับไปเล่น irc เอ้ย กลับไปทำการบ้านก่อน