2008/Jul/06

แป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วปีแรกของการใช้ชีวิตนอกระบบการศึกษา

ที่เค้าว่าชีวิตทำงานเหมือนสอบปลายภาคทุกเดือนนี้ไม่จริงหรอก

 มันทุก 3 วันตะหากโว้ย t(- -")

 

สุดท้ายชีวิตหลังเรียนจบก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ใจคิด ซ้ำร้ายแย่ลงกว่าเดิมในบางเรื่องด้วยซ้ำ

เอาน่า.. อย่างน้อยก็ได้ควบคุมชีวิตตัวเองมากขึ้นอีกนิด

 จากที่เคยคิดแล้วคิดอีก จะซื้อหนังสือดีไม๊ ? จะซื้อการ์ตูนเรื่องนี้ดีป่าว ไม่รู้จักอ่ะ ?
kanokon novel มันจะสยิวกิ้วสู้อนิเมได้ไม๊ ? สมัครนิตยสารปีละ 2700 แล้วจะกินอะไรล่ะตู ?

 ปัจจุบันไม่คิดแล้วครับ  ซื้อแ_'งเลย  เอาแค่ว่าไม่เกินงบ "รายจ่ายเพื่อความบัญเทิง" เป็นพอ

เคยมี someone ในเน็ต(ที่เคยเจอแค่ครั้งเดียวแต่จำหน้าได้เลย แต่เค้าคงจำผมไม่ได้หรอก)
เคยบอกผมว่า(จำผิดๆถูกๆ แต่ก็คงประมาณเนี้ยหล่ะ)

"เงินเก็บตอนม.ปลาย 1 ปี เท่ากับเก็บตอนมหาลัย 1 เดือน เงินเก็บตอนมหาลัย 1 ปี เท่ากับตอนทำงาน
1 เดือน"  ตอนนั้นไม่ค่อยเข้าใจ ตอนนี้... เฮ่ยจริงว่ะ

ทั้งที่รายได้เพิ่ม 2.7 เท่า แต่เงินเก็บเพิ่ม 15-20 เท่า

/me กราบขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ จากวันวาน  1 ครั้ง

 

ตอนนี้ชีวิตอยู่ในช่วงขาขึ้น(มั้ง) บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ซื้อกินหน่อย(ไม่เกิน 100 บาท/วัน) ค่าน้ำมัน
เดือนละ 4000 เอง  รถก็ยืมที่บ้านขับไปทำงาน

เหลือเรื่องที่ติดขัดในชีวิต ซัก 2-3 อย่างเองมั้ง

 1. โลกทางสังคมหดตัวอย่างแรง เมื่อก่อนชีวิตมีแค่ บ้าน มหาลัย พวกในเน็ต ปัจจุบัน เหลือแค่ บ้าน ที่ทำงาน
กลับบ้านมาก็ดึกแล้ว ไม่มีแรงเปิดคอมไปแช็ทเลย = =
แถมบ้านก็อยู่ตั้งยุดยา จะเข้ากรุงไปงานการ์ตูนต่างๆก็.. หมดแรง โรงบาลเซ็นต์หลุยส์กับนครสวรรค์นี่
ให้ความรู้สึกว่าอยู่ไกลพอๆกันเลยแฮะ  แต่ก็คงโทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเองว่าจัดระเบียบเวลาไม่ดีพอ

2. สุขภาพแย่ลง วัดจากประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ และกางเกงที่คับมากขึ้น...

3. ยังไม่มีแฟนเหมือนเดิม แต่ไม่ซีเรียสแล้วแฮะ

 

เอาว่า.. คืนนี้นอนก่อนละกัน พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก เดือนนี้จะพยายามออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน
กับเข้าเน็ต+ on MSN ให้ได้ 5 วันละกัน

2007/Jun/07

หนีปัญหามาเขียนบล็อคแก้เซ็งอีกแล้วครับ = =

ปัญหาในครอบครัวที่จนแล้วจนรอดตรูก็ต้องมาพัวพันจนได้ อยากหางานทำได้ไวๆจังจะได้มีทางหนีให้กับตัวเอง

ความเดิม : แม่ด่าพ่อ แก้ต่างให้พ่อ
ผลลัพพ์ แม่ : เรื่องของผัวเมีย ไม่ต้องยุ่ง i look here(อ่านแบบไทยนะจ๊ะ)
ต่อมา : แม่ด่าพ่อ3ชม.โดยพ่อก็นิ่งไม่ตอบโต้จนพ่อเครียดเลยสติแตกจับไหล่แม่เขย่า
ผลลัพพ์ แม่ : แม่โดนทำร้ายทำไมไม่ช่วยแม่ i look here (อ่านแบบไทยอีกรอบ)

สุดท้าย : แม่ตามหา"ผู้หวังดี" ที่โทรไปให้แม่นั่งฟังพ่อนินทาแม่กลางวงเพื่อนพ่อที่ำทำงาน
แม่ก็น่ารัก นั่งฟังไปกินข้าวไปเกือบ 20 นาที(สงสัยสนุกเค้า) แล้วก็มาถาม E ตัวหวังดีนั่นเป็นใคร เช็คไปเช็คมาก็คือแม่โทรจิกพ่อวันนั้น 20 รอบแล้วพ่อไม่ได้กดดูเลยแถมลืมล็อคปุ่ม มันเลยกลายเป็นโทรไปหาแม่โดยบังเอิญ
พอเช็คอะไรทุกอย่างบอกว่าเป็นเบอร์พ่อพร้อมหลักฐานก็ไม่ยอมเชื่อ
ผลลัพพ์ แม่ : E golden flower(แปลตรงตัวหล่ะ) มันต้องเสี้ยมสอนพ่อลูกให้มาทำลายครอบครัวเรา พ่อมันก็ไม่ยอมบอก ดีแต่ปกป้องมัน สร้างหลักฐานช่วยเหลือมัน i look here(อีกรอบละกัน)

แม่ผมไม่ได้เป็นผู้ป่วยทางจิตนะครับ เค้าแค่เลือกเชื่อแต่ข้อมูลที่เค้าอยากจะเชื่อ :D


ปล. เขียนเสร็จก็มาคิดทีหลังว่า




มันเป็นธรรมดา

2007/Feb/16

เมื่อคืนนี้ เน็ตต่อไม่ติด เลยต้องมานั่งเขียนที่มหาลัย

เมื่อคืนวาน(พฤหัส 15 ก.พ.) งานกองแปลกองท่วมหัวกับวิชาโลจิสติกส์ เอกสารราชการแบบภาษาอังกฤษนี่ก็ชอบใช้คำยากๆที่หาในดิคฯไม่ค่อยเจอกันจัง เซ็ง~~~

ตอนเย็นพ่อกลับมาถึงบ้าน ถามว่างานยุ่งรึเปล่า ไปเป็นเพื่อนพ่อหน่อย จะให้ขับรถให้ไปบ้านนักการเมืองท้องถิ่นคนนึง

พ่อผมรับราชการครับ ตำแหน่งกะจิ๊ดเดียวถ้าเทียบกับระดับเดียวกันบนศาลากลางจังหวัด ทำไมใครๆชอบคิดว่าใหญ่โตมโหฬารคับจังหวัดก็ไม่เข้าใจ (= =")

ก็เลยตอบว่าว่าง เสร็จแล้วก็อาบน้ำ(ปกติอาบน้ำมืดค่ำ เพราะกลับถึงบ้านก็สะบัดเสื้อขาว กางเกงขายาว กางเกงใน เหลือแต่เสื้อซับในแล้วก็ใส่กางเกงขาสั้น) เปลี่ยนชุดไปกับพ่อ

บ้านที่เราไป ไม่ใช่บ้านพัก แต่เป็นบ้านสำหรับใช้เลี้ยงรับรอง หรือจัดงานเลี้ยงระดับต่างๆ เป็นที่ตาบอดที่ติดกับหมู่บ้านจัดสรรค์แห่งหนึ่ง เค้าก็เลยเปิดซอยด้านนึงให้สามารถเข้าไปได้

ไปถึงประมาณทุ่มนึงนิดๆ เค้าก็นั่งกินข้าวอยู่ ในวงนั้นมี ท่านนักการเมือง นายหน้าค้าน้ำมัน นักธุรกิจรับจัดสวน

หลังจากทักทาย ทำความรู้จัก แล้วก็นั่งกินไปคุยไป เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ สัพเพเหระ ไปจนถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการต่างๆ

ข้ามไปละกัน จนถึงประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ท่านนายหน้าค้าน้ำมันก็กลับก่อน

อีกซักพักท่านนักธุรกิจรับจัดสวนก็มีโทรศัพท์เข้ามา รู้สึกจะมีแขกอีกชุดเข้ามาหาที่นี่ไม่ถูก เลยต้องจัดลูกน้องไปขับรถนำมาที่นี่

เกือบๆสี่ทุ่มกว่า แขกชุดสุดท้ายก็มาถึง

เป็นสาวสวย 2 คน อายุก็ไล่ๆกับผม

พ่อเลยถือโอกาสลากลับซะที

ผมเลยถามพ่อว่า 2 คนนั้น คนไหนเป็นญาตินักการเมืองท้องถิ่น

พ่อเลยตอบว่า

"เฮ่ย กะหรี่นักศึกษา(....มหาลัยชื่อดังที่มาเปิดสาขาแถวรังสิต)น่ะ มาพอดีกับสองคนนั้นเลยไง"

ผมก็เลยนึกได้ว่า เอ้อแฮะ

อือ.. เด๋วนี้เค้ามีแบบขับรถมาถึงที่ด้วยแฮะ ดีจัง

กลับมา แปลงานต่อ มีสมาธิดีจัง สงสัยจะปลงได้ที่แล้ว

ปล. ผมไม่ได้จงใจเซ็นเซอร์ชื่อสถาบันเพื่อรักษาชื่อเสียงเค้าหรอกนะ ผมแค่รู้สึกว่าถ้าเขียนแบบนี้มันจะทำให้คนรู้ได้ง่ายกว่าว่าผมหมายถึงที่ไหน

ปล.2 อีกอย่าง ถ้าพ่อผมใหญ่จริง ป่านนี้เค้าสั่งมาเผื่อไปแล้ว นี่แปลว่าพ่อผมเป็นแค่ข้าราชการเล็กๆจริงๆด้วย


edit @ 2007/02/16 11:34:40